งานนี้แฟนบอลลุ้นกันตัวเกร็งให้เป็นข่าวจริงเลย หลังมีรายงานว่าตระกูลเกลเซอร์กำลังวางแผนที่จะขายหุ้นจำนวน 25 เปอร์เซ็นต์ของสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
Sunday Mirror รายงานว่า เจ้าของสโมสร “ปีศาจแดง” เตรียมที่จะขายหุ้นจำนวน 1 ใน 4 ของสโมสรที่พวกเขาเป็นคนถือครองอยู่ ซึ่งคาดว่าอาจจะมีมูลค่ามากกว่า 400 ล้านปอนด์เลยทีเดียว
ซึ่งนั่นจะช่วยให้พวกเขาสามารถนำเงินไปโปะหนี้กว่า 500 ล้านปอนด์ซึ่งทำให้สโมสรต้องจ่ายผ่อนปีละ 45 ล้านปอนด์นั่นเอง
มูลค่าของสโมสรอยู่ที่ 1.7 พันล้านปอนด์ ซึ่งเพิ่มขึ้นมากกว่า 800 ล้านปอนด์จากจำนวนเงินที่พวกเขาเข้าเทคโอเวอร์ “ปีศาจแดง” เมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2005 ด้วยข้อเสนอ 800 ล้านปอนด์นั่นเอง
“เชื่อกันว่าตระกูลเกลเซอร์กำลังพยายามที่จะเคลียร์หนี้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ยังคงถือครองหุ้นอย่างน้อย 75% และพวกเขาก็ยังคงมีอำนาจควบคุมเต็มที่เหมือนเดิม” แหล่งข่าวกล่าว
“มันเป็นก้าวที่ชาญฉลาดนะ เป็นสถานการณ์ที่ได้ประโยชน์กันทุกฝ่าย เพราะมันจะช่วยให้พวกเขาเบรคเสียงวิจารณ์ที่ว่าสโมสรยูไนเต็ดเป็นเพียงแค่แหล่งขายเสื้อทำเงินให้กับตระกูลเกลเซอร์เท่านั้นด้วย”
“ถ้าพวกเขาเดินไปตามแนวทางนี้ มันก็จะเป็นการส่งสัญญาณที่ดีไปยังสาธารณะชนและแฟนบอลของยูไนเต็ดทุกคนที่เคยวิจารณ์กันเป็นนักหนา คงจะยินดีกับสิ่งนี้แน่”
“การจะทำให้สโมสรเป็นที่สนใจของบรรดาผู้ลงทุน พวกเขาก็จะต้องมีการจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นทุกคนด้วย”
“ถ้าพวกเขาดำเนินการมันในตอนนี้ ก็จะมีแต่ได้กับได้และการตกเป็นจำเลยในการดูดเงินของสโมสรก็จะไม่มีอีกต่อไป”
“ถ้าพวกเขามีผู้ถือหุ้นคนอื่นเข้ามา พวกเขาก็จะสามารถปรับการจ่ายเงินปันผลให้กับทุกคนและนั่นน่าจะมีมูลค่าหลายสิบล้านปอนด์สำหรับเกลเซอร์”
“อีกอย่าง มันจะทำให้แฟนบอลพอใจกับการที่มีงบก้อนใหม่เข้ามา ซึ่งนั่นจะทำให้เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสันมีเงินมากขึ้นในการเสริมทัพอีกด้วย” |